เปิดประวัติของ “คริสเตียน อีริคเซ่น” กองกลางทีมชาติเดนมาร์ก ที่วูบล้มลงหมดสติระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ในเกมที่พบกับทีมชาติฟินแลนด์ ที่กลายเป็นชอตบีบหัวใจที่สุด ทำให้ผู้คนทั่วโลกส่งมอบกำลังใจไปให้เขาอย่างล้นหลาม  เรามาทำความรู้จัก เด็กอัจฉริยะแห่งเดนมาร์ก คนนี้ให้มากขึ้น

วงการฟุตบอลเดนมาร์ก ขาดนักเตะที่โดดเด่นและฉายแววให้เห็นมานานมากแล้ว ที่ผ่านมามีเพียง 2 พี่น้อง เลาดรู๊ป เท่านั้น และจากนั้น ก็ไม่มีนักเตะเกมรุกคนใดอีกเลยที่สามารถโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นและแตกต่างให้เห็น  จนกระทั่งมีเด็กคนหนึ่งที่เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่น ในเมือง มิดเดลฟาร์ท เขาคือ คริสเตียน อีริคเซ่น

คริสเตียน อีริคเซ่น (Christian Eriksen) เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 ณ เมืองมิดเดิลฟาร์ต   คริสเตียน เขาได้เกิดในครอบครัวนักฟุตบอล อย่างแท้จริง ทั้งคุณพ่อ โทมัส อีริคเซ่น ที่เคยเป็นนักเตะมาก่อน ก็ได้จับให้เขาเล่นฟุตบอลตั้งแต่ในวัยเด็ก พาเข้าไปเล่นอยู่กับสโมสรเยาวชนมิดเดิลฟาร์ท เขาก็ได้ฉายแววความเก่งที่เหนือกว่าใครในทีมออกมา จนได้รับการติดต่อ ไปร่วมกับทีมเยาวชนโอเดินเซอร์ในปี 2545 หลังจากนั้น อีริคเซ่น ก็ไม่เคยที่จะหยุดเดินหน้าแม้แต่ครั้งเดียว และเมื่อคริสเตียน อิรีคเซ่น อายุได้ 12 ปี ติดเยาวชนทีมชาติเดนมาร์กในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ทำให้สโมสรอายักซ์เยาวชนดึงตัวไปเข้าทีมในปีถัดไป  ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์  แม้ว่าจะมีทีมที่ใหญ่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศให้ความสนใจ ทั้ง เรอัล มาดริด , แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอซี มิลาน แต่เข้าก็เลือกและตัดสินใจที่จะเลือก อายักซ์ ด้วยเหตุผลว่า มันคือก้าวแรก เป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักเตะอายุน้อยที่ต้องการฝึกฝนและพัฒนาอีกมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากกว่าที่จะย้ายไปเล่นกับทีมที่ใหญ่เกินไป  … การย้ายทีมของเขาครั้งนี้มันยังทำให้ทีมเก่าเขาได้รับส่วนแบ่ง 35,000 ปอนด์  เพื่อนำไปใช้จ่ายในการสร้างสนามฟุตบอลเป็นของตัวเองอีกด้วย

อีริคเซ่น ใช้เวลาในการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง แค่ปีเดียว ก็ได้ก้าวขึ้นสู่ทีม ชุดใหญ่ ของอายักซ์   ก็ได้เลื่อนมาเตะในลีกอาชีพของทีมอายักซ์ด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น และยังติดเป็นทีมชาติตัวจริงของเดนมาร์กอีกด้วย ซึ่งเป็นทีมชาติที่มีอายุน้อยที่สุดในปีนั้น

คริสเตียน อีริคเซ่น เล่นให้กับทีมอายักซ์ได้เพียง 3 ปีเท่านั้น สเปอร์ส ก็ประกาศว่าได้ตัว คริสเตียน อิรคเซ่น มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และก็ได้ลงประเดิมนัดแรกกับต้นสังกัดใหม่ในวันที่ 14 กันยายน 2013 ในนัดที่เจอกับ นอริช ซิตี้ พร้อมกับโชว์ผลงานด้วยการทำ 1 แอสซิสต์ ให้กับ กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน ยิงประตูได้อีกด้วย จนกระทั่ง นักที่ถล่ม ทรอมโซ่ 3-0 อีริคเซ่น ก็ทำประตูแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ได้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2013 ในศึกยูโรป้า ลีก  และก็สามารถทำประตูสำคัญได้อีกหลายครั้ง สร้างชื่อเสียงโดงดังกับ “ไก่เดือยทอง” ทอคนัมฮอตสเปอร์ยาวนานถึง 8 ปี  ตั้งแต่ 2556-2563 แล้วย้ายสังกัดมาเข้าทีมอินเตอร์มิลานตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา

นับตั้งแต่วูบหมดสติกลางสนามในศึกฟุตบอลยูโร 2020 นักที่ทีมชาติเดนมาร์ก ลงแข่งกับ ทีมชาติฟินแลนด์ เมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2021 ทำให้เจ้าต้องย้ายออกจากทีม อินเตอร์ มิลาน แม้ว่าจะหายกลับมาเล่นได้ตามปกติ แต่ด้วยกฎระเบียบ ของกัลป์โซ่ เซเรีย อา ในอิตาลี นั้น จะไม่อนุญาตให้นักเตะที่ฝั่งเครื่องกระตุ้นหัวใจลงสนาม จึงทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมกับ สโมสร เบรนท์ฟอร์ด ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบไม่มีค่าตัว เมื่อเดือน มกราคาที่ผ่านมา  จนมาถึงนัดแรกที่เจ้าตัวได้มีโอกาสลงสนามอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 หลังถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองนาทีที่ 52 ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับจากแฟนบอล ในเกมที่ เบรนท์ฟอร์ด เปิดบ้าน และแพ้ต่อ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไป 0-2  ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับ อีริคเซ่น ในวัย 30 ปี ได้ออกมาเปิดใจว่า การที่ได้กลับลงเล่น ทำให้เขามีความสุขมาก  มันคือความรู้สึกที่พิเศษมากๆ พร้อมกับได้เอ่ยปากชื่นชมเพื่อนร่วมทุกคนที่สู้กันอย่างเต็มที่ แม้จะเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 11 ก็ตาม